2006/Jul/31

หนึ่ง

ม่อน รีบกลับบ้านหรือเปล่าจ๊ะ พี่ตาลถามระหว่างที่เราเดินออกจากโรงเรียนด้วยกัน

อืม...ไม่รีบค่ะ พี่ตาลมีอะไรเหรอคะ

ม่อนไปดูชุดกับพี่ได้ไหมคะ...นะ ไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะคะ พี่ตาลเริ่มอ้อน เพราะฉันชักไม่แน่ใจว่าจะไปกับพี่ตาลดีรึเปล่า

ค่ะ ม่อนไปกับพี่ตาลก็ได้ ฉันตอบเพื่อให้พี่ตาลสบายใจ

พี่ตาลยิ้ม...ยิ้มที่ทำให้ฉันและใครๆ หลงใหลทุกทีที่ได้เห็น แต่ทำไมถึงเป็นฉันคนเดียวที่หน้าแดงเวลาพี่ตาลยิ้มให้

แต่...พี่ตาลคะ ม่อนไม่อยากกลับบ้านค่ำนักน่ะค่ะ 

พี่สัญญาค่ะ ว่าจะไม่ทำให้ม่อนกลับบ้านค่ำแน่นอน อีกแล้ว...พี่ตาลยิ้มแบบนี้อีกแล้ว

หน้าฉันที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงหนักเข้าไปอีกเมื่อพี่ตาลจับมือฉันตอนที่เดินด้วยกัน

พี่ตาลพาฉันไปเลือกดูชุดที่จะใส่ไปงานปีใหม่ที่โรงเรียนซึ่งเป็นงานที่ทุกคนต่างก็งัดเอาไม้เด็ดของตัวเองออกมาโชว์กันเต็มที่

ใครอยากใส่อะไร ใส่ ใครอยากเป็นอะไร เป็น อยากสวย อยากหล่อ อยากเท่ อยากเก๋ จะยังไงก็เชิญ

งานนี้เป็นงานที่เปิดโอกาสให้กับเราเต็มที่

พี่ตาลเลือกที่จะใส่ชุดกระโปรงแบบสบายๆ แต่ก็ยังคงความสง่างามไว้ได้ทุกกระเบียดนิ้ว

ครั้งแรกที่เห็นพี่ตาลสวมชุดนั้น ฉันนึกโกรธพ่อกับแม่เล็กน้อยที่ทำไมไม่ให้ฉันเกิดมาเป็นผู้ชาย

พี่ตาลสวยจนฉันอยากมีพี่ชาย จะได้ขอพี่ตาลมาเป็นพี่สะใภ้ซะเลย...

หลังจากได้ชุดที่ถูกใจพี่ตาล ที่จริงคงต้องบอกว่าถูกใจฉันมากกว่า

เพราะพี่ตาลถามตลอดว่าฉันชอบหรือเปล่า จนฉันนึกสงสัยว่าใครจะใส่กันแน่

พี่ตาลชวนฉันไปหาอะไรกินด้วยกันก่อนกลับบ้าน เราเข้าไปกินขนมเค้กที่ร้านกาแฟแถวนั้น

โชคดีที่คนไม่เยอะเท่าไหร่ ระหว่างที่กินเค้กอยู่นั้น พี่ตาลก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้

ใกล้จนฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจของพี่ตาล ทั้งที่ในร้านก็เปิดแอร์เย็น แต่ฉันกลับรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า

พี่ตาลขยับตัวเข้ามาจนหลังฉันแนบติดกับผนังร้าน พี่ตาลยังคงยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีก

ฉันไม่กล้าขยับตัว เพราะเกรงว่าจะไปโดนอะไรๆ ของพี่ตาลเข้า (เอ...อะไรหว่า?)

ทำไมต้องเกร็งด้วยล่ะจ๊ะม่อน พี่ตาลถาม หน้าเราห่างกันไม่ถึงหนึ่งนิ้ว 

ม่อน... ไม่ทันที่ฉันจะพูดต่อ นิ้วพี่ตาลแตะลงที่ริมฝีปากฉันเบาๆ

ปากเปื้อนเค้กน่ะม่อน พี่เอาออกให้นะ พี่ตาลปาดนิ้วเรียวๆ ตรงมุมปากฉันอย่างเบา

แล้วพี่ตาลก็ขยับหน้าเข้ามาอีกเพื่อดูดเค้กที่นิ้วนั้น ปากเราสองคนอยู่ห่างกันแค่เพียงนิ้วกั้น! O_o 

ฉันได้แต่นิ่ง ทำอะไรไม่ถูก รับรู้ได้เพียงรอยสัมผัสเบาๆ จากนิ้วพี่ตาลกับสายตาที่หวานเยิ้มแต่สุดเซ็กซี่นั้น

เรียบร้อยแล้วจ้ะ ม่อนกินเค้กต่อเถอะ พี่ตาลบอกยิ้มๆ แล้วค่อยๆ ถอยห่างออก ฉันส่ายหัวปฏิเสธ

อ้าว ทำไมล่ะคะ เค้กไม่อร่อยเหรอ แต่พี่จำได้นะว่าเค้กนี้เป็นของโปรดม่อน พี่ตาลมองตาฉัน

พยายามหาคำตอบว่าทำไมฉันถึงไม่กินเค้กต่อแต่ฉันก็ไม่ยอมสบตาพี่ตาล

พี่ตาลยิ้มที่มุมปาก พี่เข้าใจละ ที่แท้ ม่อนก็รอให้พี่ป้อนนี่เอง มาค่ะ พี่ป้อนนะ 

พี่ตาลพูดอย่างอารมณ์ดีแล้วดึงจานเค้กเข้าหาตัวพร้อมกับตักเค้กและทำท่าจะป้อนให้ฉัน

ฉันอึ้งกับสิ่งที่พี่ตาลพูดและกำลังทำ ซึ่งทุกครั้งที่อึ้งปากฉันจะเผยอเล็กน้อย

พี่ตาลได้ทีป้อนเค้กคำนั้นเข้าปากโดยที่ฉันไม่ทันระวัง

อุ๊ย! เค้กเลอะปากอีกแล้วม่อน พี่เช็ดออกให้นะ พี่ตาลขยับเข้ามาใกล้อีกแล้ว อีกครั้งที่ทำฉันอึ้ง

ทุกอย่างดูรวดเร็วจนฉันไม่ทันได้ทำอะไร

คราวนี้ทั้งหน้าฉันและพี่ตาลอยู่ใกล้กันกว่าครั้งก่อน ปลายจมูกเราห่างกันแค่นิดเดียว

พี่ตาลเอากระดาษทิชชู่มาแปะที่ปากฉันแล้วคลึงคางตัวเองบนกระดาษนั้น

ปลายจมูกเราเฉียดกันสองสามครั้ง แล้วพี่ตาลก็หยิบกระดาษออกพร้อมกับรอยยิ้มแห่งชัยชนะ

พี่ตาล! ฉันเรียกดุๆ

จ๋าม่อน แหนะ ยังมาทำเสียงหวานอีก

อีกคำนะจ๊ะ ใกล้หมดแล้วล่ะ เราจะได้กลับบ้านกันไงจ๊ะ พี่ตาลยังทำท่าจะป้อนเค้กอีก

ไม่เอาแล้วค่ะ ม่อนไม่กินแล้ว 

อ้าว ทำไมล่ะคะ ของโปรดม่อนนี่นา มามะ อีกคำเดียวเอง ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เลยนะพี่ตาล

พี่ตาล! ม่อนไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะคะ หลบไปเลย ม่อนจะกลับบ้าน! ฉันแทรกตัวออกมาแล้วเดินดุ่มๆ ออกไปโดยไม่สนใจพี่ตาล

ม...ม่อน ด...เดี๋ยวสิคะ รอพี่ก่อน พี่ตาลเรียกเสียงดังแต่ฉันไม่สน ยังคงเดินต่อไป แล้วพี่ตาลที่วิ่งตามมาก็คว้าข้อมือฉันไว้

ม่อน อย่าเพิ่งไปสิคะ รอพี่ด้วย ฉันแกะมือพี่ตาลออกโดยไม่หันไปมองแล้วเดินต่อไป

ม่อนโกรธพี่เหรอ พี่ตาลวิ่งมายืนกางแขนกั้นไม่ให้ฉันเดินต่อ

ก็พี่ตาลน่ะ แกล้งม่อนทำไมล่ะคะ ฉันบอกโกรธๆ มองพี่ตาลด้วยสายตาเหมือนเด็กขี้งอน

ใคร ใครแกล้งม่อนคะ พี่ตาลยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ไม่ต้องเลย พี่ตาลนั่นแหละ ทำไมต้องแกล้งม่อนด้วย ฉันพูดห้วนๆ แอบงอนเล็กน้อย แต่ที่จริงน่ะ...เขิน

ก็ถ้าพี่ไม่ทำอย่างนี้ พี่จะได้เห็นม่อนเขินเหรอคะ รู้มั้ยคะเวลาม่อนเขินน่ะ น่ารักอย่าบอกใครเชียว อย่างนี้ต้องเขินกับพี่คนเดียวนะ ห้ามไปเขินกับคนอื่นด้วย พี่ตาลว่าแล้วเอานิ้วจิ้มแก้มฉันเบาๆ

ฮึ! ฉันสะบัดหน้าหนี ทำเป็นงอน แต่ที่จริงก็เขินนั่นแหละ

โธ่ ม่อนจ๋า ยังโกรธพี่อยู่อีกเหรอ...พี่ขอโทษนะคะ...นะ 

ม่อนไม่ได้โกรธค่ะ ก็อ้อนซะอย่างนี้ ใครจะไปโกรธลง

ถ้าไม่โกรธ ม่อนก็ยิ้มให้พี่ดูหน่อยสิคะ ฉันหันมามองหน้าพี่ตาลที่ตอนนี้โปรยรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเอาไว้

ยิ้มที่ทำให้ฉันเขินทุกครั้งนั่นแหละ

นี่แหนะ แกล้งม่อนดีนัก ฉันบีบคางพี่ตาลเบาๆ เป็นการแก้แค้นที่ทำให้ฉันต้องเขิน พี่ตาลย่นจมูกใส่ฉัน

ม่อนน่ะ แกล้งพี่นะ 

ก็พี่ตาลแกล้งม่อนก่อนทำไมล่ะคะ...ถือว่าหายกันละกันนะคะ พี่ตาลยิ้มกว้างแล้วเดินมาควงแขนฉัน

จ้ะ หายกัน แต่ม่อนต้องสัญญากับพี่ก่อนนะว่าจะไม่เขินแบบนี้กับใครอีก นอกจากพี่ 

เอ่อ...อ่า...คะ...ไม่เอาละ ไม่คุยเรื่องนี้ดีกว่า กลับบ้านๆ ฉันเปลี่ยนเรื่องเอาดื้อๆ ทำเอาพี่แอบตาลค้อนเล็กน้อย แต่ยังคงยิ้มสดใส

จ้ะ กลับก็กลับ 

มาค่ะ ม่อนถือกระเป๋าให้นะคะ พี่ตาลยื่นกระเป๋าให้โดยดี

วันนั้นฉันเดินกลับบ้านด้วยหน้าแดงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

มือหนึ่งถือกระเป๋าพี่ตาล อีกมือก็จับมือเจ้าของกระเป๋าไป จำได้ว่ามันเป็นวันที่ฉันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

2006/Jul/30

บทนำ

ม่อนจ๋า ตื่นได้แล้วจ้ะ เดี๋ยวไม่ทันนะ

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นพร้อมๆ กับที่ฉันพลิกตัวไปกอดหมอนข้าง ฉันกดปิดเสียงนาฬิกาด้วยความเคยชิน เสียงหวานๆ ที่ปลุกยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท

อื้อ...พี่ตาล ม่อนขอนอนต่ออีกหน่อยนะ ฉันครางด้วยความเคยชินอีกเช่นกัน

อ๊ะ...ก็ได้ค่ะ แต่แค่แป๊บเดียวนะคะ เดี๋ยวพี่ปลุกนะ พี่ตาลจะตอบแบบนี้ทุกครั้งที่เราอยู่ด้วยกัน

เพียงอึดใจเดียวพี่ตาลก็ปลุกฉันด้วยจูบเบาๆ ที่แก้มที่ทำเอาฉันต้องตื่นทุกครั้งเพื่อแลกจูบกับพี่ตาล

นึกแล้วก็ขำตัวเองอยู่นะ ฟันก็ยังไม่แปรง หน้าก็ยังไม่ล้าง พี่ตาลเองก็เหอะ จูบไปได้ไงไม่รู้...

แต่ตอนนี้ไม่มีพี่ตาลอยู่ด้วยน่ะสิ ฉันเลยไม่ค่อยมีแรงจูงใจให้ลุกจากที่นอนเท่าไหร่

ถ้าไม่เป็นเพราะเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดันดังขึ้นมาอีก ฉันคงได้นอนต่ออีกยาว - -

เออ ว่าไง...รู้ๆ ตื่นแล้ว...ยัง แป๊บดิ...เออ...อือ...เจอกัน 

ดาฟเพื่อนรักโทร.มาเตือนถึงเรื่องที่ต้องทำวันนี้แต่เช้าเชียว

อีตานี่ชอบคิดว่าฉันเป็นเด็กไม่รู้จักโต ห่วงอยู่ได้ ทำอย่างกับตัวเองเป็นผู้ใหญ่กว่างั้นแหละ

แต่ฉันก็ดีใจทุกครั้งที่เพื่อนรักคอยเป็นห่วงเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเรามาอยู่ไกลบ้านกันอย่างนี้

ฉันจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่ดูดี และทะมัดทะแมงที่สุดภายใน 5 นาที

พร้อมกับที่กริ่งหน้าห้องดังขึ้นและตามมาด้วยหนุ่มหล่อในเสื้อคลุมยาวสีน้ำตาล

มาเร็วจังวะ? ฉันเอ่ยทักตามประสาคนสนิท

เออ เสร็จรึยังล่ะ คนหล่อถามอย่างรำคาญที่เห็นฉันยังเลือกเสื้อคลุมตัวนอกไม่ได้

เขาถอดเสื้อคลุมออกแล้วจัดการชงกาแฟสองถ้วย

ชมพู หรือ ดำ? ฉันขอความเห็นจากหนุ่มตรงหน้าที่ตอนนี้เริ่มมองฉันด้วยตาขวางนิดๆ

จะตัวไหนมันสำคัญด้วยเหรอ แกใส่อะไรพี่เค้าก็ชอบทั้งนั้นแหละ 

ก็ลองถามดู ไม่มีความเห็นเลยเหรอ

หนุ่มหล่อพินิจพิจารณาเสื้อคลุมสองตัวที่ฉันถืออยู่เล็กน้อย แล้วก็ทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

ทั้งสองตัวนี้ พี่เค้าเป็นคนซื้อให้แกไม่ใช่เหรอ จะใส่ตัวไหนมันก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ 

ฉันส่งสายตาคาดคั้นจะเอาความเห็นให้ได้

อ๊ะๆ ชมพูละกัน ไปๆ รีบจัดการเข้า เดี๋ยวสายแล้วจะมาโทษกันไม่ได้นะพวกผู้หญิงนี่อะไรกันนักหนา

ฉันค้อนให้กับประโยคสุดท้ายวงใหญ่

งั้นใส่สีดำ กระแทกเสียงใส่หน้าซะเลย มาบ่นเราได้ - -

ระหว่างทางจากอพาร์ตเมนท์ของฉันไปยังสนามบิน ฉันกับดาฟคุยกันถึงเรื่องจะกลับบ้าน

เกือบปีแล้วนะ ที่เราไม่ได้กลับบ้านกันเลย ดาฟเริ่มการสนทนา

ทำไม? แกคิดถึงบ้านเหรอ ฉันถามพร้อมกับตีหน้าตาย ดาฟเหล่มองนิดนึง

เออ หรือแกไม่? ฉันนิ่ง...

ไม่รู้สิ เฉยๆ ว่ะ อาจเป็นเพราะฉันไม่มีใครให้กลับไปหาด้วยมั้ง 

อ้าว เฮ้ย ทำไมพูดงั้นวะ แกก็มีแม่ให้กลับไปหา มีพ่อด้วยอีกคนเอ้า 

ก็แล้วพ่อกับแม่ฉันอยู่ที่นั่นประจำรึไงเล่า แกก็รู้นี่ แล้วอีกอย่าง พ่อกับแม่ก็มาหาฉันที่นี่ได้นี่หว่า...แม้ว่าจะไม่เคยมาพร้อมกันก็เหอะ 

ประโยคสุดท้ายน้ำเสียงมันดูเศร้าจนดาฟจับได้

เอาแล้วไหมล่ะ...ม่อนเอ๊ย ดาฟปล่อยมือจากพวงมาลัยข้างหนึ่งแล้วมากุมมือฉันไว้

พร้อมกระชับมือแน่นขึ้นให้ฉันรู้ว่ายังมีดาฟอยู่ตรงนี้อีกคน

มันมักจะเป็นเช่นนี้เสมอเมื่อเราพูดถึงเรื่องครอบครัว

ดาฟรู้ดีว่าฉันรู้สึกยังไงเวลาพูดถึงเรื่องนี้ ทั้งที่เขาเองก็ไม่ค่อยอยากพูดถึงมันเท่าไหร่

แต่บางครั้งมันก็เลี่ยงไม่ได้ ส่วนฉันก็ไม่เคยโกรธเขาสักครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้

คงเป็นเพราะเราสนิทกันมาก มากจนรู้ว่าใครคิดอะไร หรือรู้สึกยังไง แค่เพียงได้มองตากันเท่านั้น

แกขับกลับเองได้ใช่ไหม ดาฟถามอย่างเป็นห่วง เมื่อฉันเริ่มเงียบ

อือ ไม่ต้องห่วงหรอก สบายมาก ฉันยักคิ้วหลิ่วตาให้ดาฟอย่างน่าหมันไส้

เออ ดี ฉันจะได้ไปหาความสุขของฉันมั่ง ประชดเก่งจริงนะแก

ทันทีที่ไปถึงสนามบิน สาวผมบลอนด์คนสวยก็รีบมารับดาฟถึงที่รถ

ฉันทักทายเคทเหมือนปกติ เคทมองฉันแปลกๆ

Morn! Is that you?!

Surewhats wrong? เคทจำฉันไม่ได้

เธอบอกว่าฉันดูสดใสกว่าวันอื่นๆ - - อืม ก็น่าอยู่หรอกนะ ฉันจะได้เจอคนรักนี่นา- -

อีกไม่นาน...อีกไม่นาน คนที่ฉันรอคอยก็จะมาถึงแล้ว...

ฉันยืนยันกับดาฟที่จะรอรับคนรักที่นี่ ไม่ไปร่วมวงกับเขาและแฟนสาว

ฉันเลือกที่จะรอในร้านกาแฟและสั่งนมหนึ่งแก้วทั้งที่หิวไส้จะขาด

โทนสีที่เหมือนกันทุกสาขาของร้านกาแฟนี้

ทำให้ฉันนึกถึงวันแรกที่ฉัน และคนที่ฉันรอ ออกเดทด้วยกันครั้งแรก...

2006/Jul/30

หากคุณคือคนหนึ่งที่หลงเข้ามาในบลอกนี้...

เรามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องบอกคุณว่า...

คุณหลงเข้ามาในวังวนของคนไร้สาระเข้าแล้ว
แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆ ก็เข้ามาแล้ว จะออกไปเลยมันก็กระไรอยู่ (หารู้ไม่เค้าจะออกตั้งแต่บรรทัดแรกแล้ว - -)
แต่ก็เอาเถอะ(2) ถ้าคุณได้อ่านถึงบรรทัดนี้ คุณก็จะได้รู้ว่า
บลอกนี้มันไม่มีสาระเอาซะเลย! - -
เอาเถอะ(3) บลอกนี้เราเปิดเพื่อเอาเรื่องสั้นเล็กน้อยถึงยาวปานกลางที่แต่งๆ ไว้มาลง ไม่ได้ตั้งใจจะทำ เพราะทำไม่เป็น(แอบโลว์เทค) ฉะนั้น ท่านทั้งหลายจึงมิต้องแปลกไต เอ้ย แปลกใจ(ไม่ใช่มุก พิมพ์ผิดแต่ขี้เกียจลบ --) ท่านจึงไม่ต้องแปลกใจ ที่บลอกนี้มันช่างเชยเหลือเกิน
เอาเถอะ(4) ถึงจะเชยแต่ก็เชยอย่างจริงใจนะ...แหวะ... พิมพ์เพื่อ??? เอาเป็นว่าข้าน้อยจะพยายามปรับปรุงให้มันอยู่ในสภาพที่พอแลได้ เอ้า! ลุย!